Ethereum 2.0 – พบกับเทคโนโลยีที่จะมาพลิกโฉมโลกการเงิน หลังจากที่คนทั่วโลกตั้งตารอคอยมานาน ในที่สุดผู้ก่อตั้ง Ethereum อย่าง Vitalik Buterin ก็ได้ทำการปล่อย Ethereum 2.0 ออกมาเมื่อมกราคมปี 2021 นี้เป็นที่เรียบร้อย นอกจากเราจะได้เข้าใจเจ้าเทคโนโลยีนี้อย่างละเอียดกว่าที่เคยแล้ว เรายังได้เห็นภาพชัดเจนขึ้นอีกด้วยว่า Ethereum 2.0 นั้นถูกพัฒนาไปถึงไหน และในอนาคตจะมีแผนการพัฒนาไปทิศทางใด วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเจ้าเทคโนโลยีที่อาจจะมาพลิกโฉมโลกการเงินนี้ ไปพร้อมๆ กัน

Ethereum กับการเป็นระบบคอมพิวเตอร์ของโลก
Ethereum คือแพลตฟอร์ม Open-sourced แบบกระจายศูนย์ ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติสัญญาอัจฉริยะ (Smart Contract) โดยมี Ether (ETH) เป็นสกุลเงินดิจิทัลของแพลตฟอร์มที่เปิดตัวมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ปี 2015

Ethereum เป็นเครือข่ายที่มีมูลค่าตามราคาตลาด (market cap) โดยรวมที่สูงเป็นอันดับสองในตลาดสกุลเงินดิจิทัล เป็นรองแค่ Bitcoin เท่านั้น โดยมีมูลค่าตลาดสูงถึง 1.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ข้อมูล ณ​ วันที่ 29 มกราคม 2021) และยังเป็นบล็อกเชนที่มีการใช้งานมากที่สุดในโลกอีกด้วย

Ethereum 1.0 ถูกสร้างมาเพื่อให้เราสามารถใช้งาน Blockchain และ Cryptocurrency ได้หลากหลายมากขึ้น เพื่อให้รวมทุกแง่มุมของแอปพลิเคชั่นแบบกระจายอำนาจ (Decentralized Applications – dApps) ตั้งแต่บริการทางการเงินแบบเปิด (Permissionless Financial Services) จนถึงการเป็นแกนหลักในการปรับโครงสร้างขององค์กรต่าง ๆ

แนวคิดระบบทางการเงินแบบกระจายศูนย์ หรือ Decentralized Finance (DeFi) จาก Ethereum นั้นได้รับการต่อยอดจากสกุลเงินดิจิทัลไปอีกขั้น โดยตัวสกุลเงินดิจิทัลนั้นต้องการทำให้ทุกคนบนโลกสามารถใช้จ่ายเงินได้อย่างสะดวกรวดเร็วอย่างเท่าเทียมกัน ในขณะที่ DeFi นั้นต้องการมาเป็นทางเลือกในการให้บริการทางการเงินแบบใหม่ให้กับโลกของเรา โดยทุกคนสามารถเข้าถึงได้เพียงแค่มีสมาร์ทโฟนและอินเทอร์เน็ต เรียกได้ว่า Ethereum เป็นเหมือนกับระบบคอมพิวเตอร์ที่ไม่มีปุ่มปิดเครื่องที่เชื่อมต่อคนทั่วโลกได้ง่าย ๆ นั่นเอง

Ethereum 1.0 และ Ethereum 2.0 ต่างกันอย่างไร?
Ethereum 1.0 ใช้ Proof-of-Work (PoW) เพื่อตรวจสอบความสมบูรณ์ของข้อกำหนดหรืองานที่ทำ ซึ่งเป็น Algorithm เดิมที่ใช้บน Blockchain อยู่แล้ว ซึ่งหมายความว่า PoW จะต้องอาศัยสมาชิกในระบบ Blockchain เพื่อมาช่วยดำเนินธุรกรรมอย่างปลอดภัยบนระบบ โดยการแก้โจทย์ทางคณิตศาสตร์และถ้าใครแก้โจทย์สำเร็จ ก็จะได้รับรางวัลจากการเข้ามาช่วยประมวลผลธุรกรรมในระบบไป ซึ่งระบบแบบนี้เหมือนการทำงานแลกรางวัล เพื่อเอาสกุลเงินดิจิทัลออกมาในระบบ คล้ายกับการขุดทองในเหมือง เราจึงเรียกกันว่าการขุดเหมือง Ethereum (Ethereum Mining)

ส่วนตัว Ethereum 2.0 นั้นเปลี่ยนมาใช้ Proof-of-stake (PoS) ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญในวงการเลยทีเดียว เนื่องจาก PoS นั้นใช้ทรัพยากรพลังงานน้อยกว่า PoW มาก เพราะไม่จำเป็นต้องใช้พลังการคำนวณสูงๆ เพื่อแก้โจทย์ทางคณิตศาสตร์อีกต่อไป อีกทั้งยังมีความปลอดภัย และ สามารถใช้กับระบบขนาดใหญ่ที่มีธุรกรรมจำนวนมากได้ดีกว่าแบบเดิม โดยแทนที่จะแข่งกันแก้โจทย์ทางคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อน สมาชิกในเครือข่ายจะประมวลผลธุรกรรมอย่างปลอดภัยโดยการเดิมพันว่า Block ไหนจะเป็น Block ที่ถูกต้องและสมบูรณ​์ และถ้าเดาถูกก็จะได้รางวัลเป็นผลตอบแทนไป ส่วนถ้าเดาผิดก็จะได้รับการลงโทษเช่นกัน

Scalability ของ Ethereum 2.0
อย่างที่เราได้พูดถึงไปด้านบน ว่า PoS นั้น ไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานจำนวนมากในการคำนวณโจทย์ทางคณิตศาสตร์ทำให้ประหยัดพลังงานได้มากกว่า แต่ในขณะเดียวกันก็มีความกังวลในด้านการผูกขาด เนื่องจากนักขุดจะเป็นคนตรวจสอบและประมวลผลธุรกรรม

ทิศทางราคา Ethereum จะเป็นอย่างไร?
หนึ่งในคำถามที่หลายคนสงสัย ก็คือแนวโน้มราคา Ethereum ในอนาคต ว่าจะได้รับผลกระทบจาก Ethereum 2.0 มากน้อยแค่ไหน สำหรับกรณีนี้ Guillaume Le Saint เชื่อว่าราคาของ Ethereum จะยังถูกขับเคลื่อนด้วยการเก็งกำไร แม้ว่าในปัจจุบันจะมีคนรู้จักและใช้งาน Ethereum มากขึ้นแล้วก็ตาม ในส่วนของปัจจัยพื้นฐานนั้น จะเห็นได้ว่าธุรกรรมและ Gas Fee ในระบบมีความเหมาะสม โดยมีการใช้งานเครือข่ายมากกว่า 90% ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2020

การติดตามข่าวสารในวงการ Ethereum นั้นจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการวางรากฐานของอนาคตของเราทั้งในฐานะบุคคลและองค์กร เนื่องจาก Ethereum นั้นเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลและสินทรัพย์ที่สำคัญมากที่สุดของโลก อย่างไรก็ตามกว่าที่ภาพอนาคตของ Blockchain จะเป็นจริงได้นั้นยังต้องใช้เวลาอีกไม่น้อย เนื่องจากต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงทั้งจากภาคธุรกิจ กฎหมาย และการบริหารของรัฐ

อนาคตของ Ethereum
Ethereum ได้กลายเป็นหนึ่งในเสาหลักของนวัตกรรมหลายตัว เช่นการพัฒนา smart ledger และ dApps และสถานการณ์โควิด-19 ก็เป็นอีกหนึ่งในตัวขับเคลื่อนธุรกรรมออนไลน์ให้ได้รับความนิยมมากขึ้น ทำให้ผู้คนหันมาทำกิจกรรมต่างๆ ทางออนไลน์รวมไปถึงการชำระเงินเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่งผลดีต่อ Blockchain และ smart contracts อย่างไม่ต้องสงสัย

Ethereum 2.0 ก็เป็นอีกหนึ่งในข่าวน่าตื่นเต้น ที่ทำให้เรามองเห็นภาพอนาคตของโลกใหม่ได้ชัดเจนขึ้นกว่าที่เคย เป็นการเตรียมพร้อมเงินทุนที่จะหลั่งไหลมาจากสถาบันเพื่อช่วยพัฒนาต่อยอดเจ้าเทคโนโลยีตัวนี้ต่อไปในอนาคต โดยเฉพาะ DeFi และ Non-fungible tokens (NFT) ที่กำลังได้รับความนิยมขึ้นเรื่อย ๆ